เกมสมัยเด็ก

Posted: December 15, 2009 in ผองเพื่อน
Tags:

Age of game
สุดยอดเทคโนโลยีของเด็กบ้านนอก

 

          ย้อนหลังไป 20 กว่าปี ผมเป็นเด็กบ้านนอกในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่นี่ไม่ต้องพูดถึงว่ามีเทคโนโลยีหรือแสงสีใดๆ

เหมือนอย่างในตัวเมือง แค่ให้มีโทรทัศน์ก็ถือว่าบ้านนั้นไฮโซมากแล้ว

 

 

          หมู่บ้านผมมีแหล่งชุมนุมของเด็กๆ อยู่ไม่กี่ที่ ที่หนึ่งคือร้านขายของที่เปิดโทรทัศน์ไว้หน้าร้าน อาศัยให้เด็กๆ

ได้ดูการ์ตูนหลังข่าวช่อง 7 อีกที่ก็เป็นลานกีฬาในหมู่บ้าน เตะบอลกันทีฝุ่นตลบหัวแดงกันไป

 

         

          จากนั้นมีครอบครัวหนึ่งย้ายเข้ามาใหม่ในหมู่บ้าน โดยมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่เด็กในหมู่บ้านผมไม่เคยเห็นมาก่อน

พวกเราตื่นตาตื่นใจอย่างมาก สิ่งนั้นเค้าเรียกกันว่าเกมกด! และบ้านหลังนี้เปิดให้บริการเล่นเกม ซึ่งเปรียบเสมือนร้านเกมในสมัยนี้

 

 

และตั้งแต่วันนั้นบ้านหลังนั้นก็กลายเป็นที่ชุมนุมของเด็กๆ ในหมู่บ้านทันที

 

 

          สมัยนั้นเราเรียกว่าเกมกดตู้ ตัวเกมมีปุ่มซ้ายขวา 2 ด้าน มีหน้าจอฟิล์มอยู่ตรงกลาง ตัวละครเป็นดิจิตอล

ครอบครัวนั้นหรือน้าเชษฐ์หัวหน้าครอบครัว จะเอาเครื่องเกมนี้เชื่อมต่อกับวงจรไฟฟ้าติดกับลังไม้ แล้วทำเป็นหยอดเหรียญ

อัตราการค่าบริการ คือ 2 บาทต่อ Game Over

 

 

 

          ใครกากตายไว เลเวล 2 ก็น้ำตาร่วง ใครเทพตายช้า บางทีเล่นเกือบครึ่งชั่วโมง

 

 

 

          เกมกดตู้มีหลายเครื่อง นับได้ประมาณ 10 แบบ มีทั้งยาน รถถัง หมา เรือดำน้ำ ฯลฯ

ซึ่งเกมที่ผมชอบที่สุดชื่อว่า Western Bar หรือเรียกติดปากว่าเกมคาบอย ฟังดูเท่ห์ ว่าเราต้องลุยกับพวกอันธพาลใช่ไหม

 

เปล่าเลย!

 

เกมนี้เราเป็นคาบอยสุดแมนเข้าไปยิงแก้วเบียร์ชาวบ้านในบาร์ให้แตกกระจาย

โดยคนในร้านนั้นจะรำคาญ ขว้างปาสิ่งของใส่โดยเราต้องหลบให้ทัน เนื้อหาแมนสุดๆ

ไม่รู้จะไปยิงแก้วเขาทำไม เขาทำอะไรให้ พิสูจน์อะไรเหรอ

แต่รู้อย่างเดียวว่ามันส์สะใจสุดๆ

 

 

 

เกมนี้มีคนต่อคิวมาก เป็นดั่ง Counter-Strike ในยุคนั้นเลยทีเดียว

 

 

 

          2 บาทต่อเกม ไม่แพงเลย แต่ผมได้วันละ 3 บาทต่อวัน แป่ว! ดังนั้นวันนึงผมจะเล่นได้แค่เกมเดียว ครั้งเดียว

การตัดสินใจในการเล่นครั้งนึงจะต้องปราณีตที่สุด สติสัมปะชัญญะดีที่สุด

ร่างกายสมบูรณ์พร้อมและเลือกเกมที่ตนเองคิดว่าถนัดที่สุด

ส่วนเพื่อนคนอื่นๆ ก็มีสภาพไม่ต่างกัน

คนที่รวยที่สุดในกลุ่มยังได้แค่ 5 บาท

 

 

ก่อนเข้าร้านแก็งค์เราจะมีการวอร์มร่างกายกันก่อน

 

 

          การวอร์มร่างกายเพื่อให้เล่นเกมได้คล่องขึ้นของเด็กสมัยนั้นจะเป็นที่น่าสังเวชของคนที่พบเห็น

เราใช้หลักการกายวิภาคศาสตร์ บวกไสยศาสตร์ของเด็กบ้านนอกมาใช้ นั่นก็คือ

 

หักนิ้วให้ดังกร๊อบแกร๊บ (ยังเป็นวิทยาศาสตร์อยู่)

 

สะบัดมือแรงๆ (ก็ยังเป็นวิทยาศาสตร์)

 

จุดไม้ขีดเผากระดาษหนังสือพิมพ์ แล้วเอามือผ่านไปมาเร็วๆ (ชักหลุด แต่ยังอยู่ในหลักการถือว่าทำให้เลือดลมเดินดี)

จากนั้นยกมือพนมท่องคำว่า จะเด็ด 3 ครั้ง แล้วเอาน้ำลายถ่มนิ้วตัวเอง (ไสยศาสตร์ชัดเจน)

เท่านั้นเราจะมีความมั่นใจพร้อมออกรบ โดยมี 2 บาทเป็นเดิมพัน

 

          (จะเด็ดคือตัวเอกในผู้ชนะสิบทิศ การท่องคำว่าจะเด็ด 3 ครั้งเชื่อกันว่าจะทำให้ตัวเองชนะไปถึงเลเวลสิบ 

ส่วนการถ่มน้ำลายนั้นเป็นการเพิ่มความขลังเท่านั้น ไม่มีเหตุผลอื่น)

 

 

          แต่ไม่ว่าเราจะรู้สึกมีความพร้อมเช่นไร เมื่อเข้าไปแล้ว ความกดดันจะทะลุขึ้นสมองทันที ความพร้อม

ความมั่นใจที่เตรียมมาจะสูญหายไปทุกครั้ง และสิ่งที่พวกเราทำได้ตอนนี้ก็คือ แยกย้ายกันไปนั่งดูเด็กกลุ่มอื่นเล่น

ซึ่งจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3-5 ชั่วโมง

ในการฝึกสายตา และบิ้วอารมณ์เพื่อเรียกความมั่นใจคืนมา

 

 

          การนั่งดูคนอื่นเล่น มักเสี่ยงต่อการโดนตบกะโหลกในบางครั้ง

ถ้าคนเล่นอ่อนกว่าผมจะแปลงร่างเป็นเทพทันที

ทำหน้าที่ตะโกนสั่งทุกอย่างที่เห็น..และไม่เห็น

 

          เฮ้ยๆ เก็บอันนี้เร็วๆ

 

          gu บอกให้ไปทางนี้ เอ๊ะยังๆๆ

 

          โอ๊ย เดี๋ยว gu เล่นให้เอาไหม

 

          และในบางครั้งจะมีเสียง โบล๊ะ!~” ตามด้วยเสียงน้าเชษฐ์

มุงนี่อีกแล้ว ไม่ต้องไปยุ่งกับเค้า เดี๋ยวไล่ออกจากร้านเลย

 

 

          เฮ้ย! Gu หยอดเหรียญแล้ว จิ๊กเพื่อนในแก็งค์ตะโกนบอกแข่งเสียงเกมที่ดังก้องในร้าน

พวกเราละสายตาจากที่กำลังดูกันอยู่ วิ่งไปรวมตัวกันที่จิ๊กทันที

ซึ่งจะเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่เพื่อนในกลุ่มของเราสักคน

ตัดสินใจหาญกล้าหยอดเหรียญเล่น

 

 

          ทุกคนในแก็งค์ร่วม 6 คน นั่งมั่ง ยืนมั่ง ล้อมจิ๊กที่หยอดเหรียญไปที่เกมๆ หนึ่ง

ซึ่งเป็นเกมเฮลิค้อปเตอร์ ไปหย่อนระเบิดโรงถังน้ำมันทั้ง 4 โรง

โดยจะมีเครื่องบินออกมาจากด้านขวาเป็นระยะๆ ทางนึงเราต้องยิงเครื่องบิน

ทางนึงเราต้องไปหย่อนระเบิด ยิ่งเลเวลเยอะเครื่องบินจะออกมาเยอะ

และโรงน้ำมันจะทนทานมากขึ้น

 

 

จิ๊กดูจะมั่นใจกับการเล่นครั้งนี้มาก เพราะใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมงครึ่งในการดู

โดยมีพวกเรานั่งลุ้นกันตัวโก่ง และเงียบปากทุกคนตามคำสั่งจิ๊กเพื่อใช้สมาธิ

 

 

           3 นาทีผ่านไป จิ๊กนั่งน้ำตาซึมอยู่ข้างเพื่อนคนอื่นๆ เอาแต่สบถสาปแช่งฟ้าสวรรค์

ที่ทำให้มือจิ๊กไม่นิ่งพอที่จะทำให้เล่นได้นานสมใจหวัง

 

 

          ปุ่มมันไม่ดี แล้วมุงก็เอาเข่ามากระแทกหลัง gu อยู่ได้ จิ๊กยังคงพร่ำบ่น

(รู้แล้วสินะเรื่องการโบ้ยไม่ได้เพิ่งมีในสมัยนี้)

 

 

          ผมหรือผู้ที่เพื่อนตั้งฉายาให้ว่า บังกะโล่แมน มักจะเป็นคนที่เล่นคนสุดท้ายเสมอ

หลังจากที่ดูเพื่อนล้มตายไปต่อหน้าต่อตาจนหมด ซึ่งเพื่อนๆ ก็จะเต็มใจ

เพราะผมเป็นคนที่เล่นนานที่สุดในกลุ่ม เหมือนกับพระเจ้าส่งให้ผมมาเกิดพร้อมกับพรสวรรค์ของการเล่นเกมกด

และแน่นอน ผมเทพเกมคาวบอยที่สุดในหมู่บ้าน

 

 

          ผมเล่นเกมเดียวไม่เล่นเกมอื่นเลย เงินเกือบร้อยที่เสียไปตั้งแต่ต้น

ได้สร้างอัจริยะบุรุษเกมคาวบอยขึ้นมาในโลกหนึ่งคน

ซึ่งนั้นก็คือผม บังกะโล่แมนนั่นเอง

 

 

 

          เพล้งๆ ปังๆๆ เสียงคะแนนโบนัสดังกึกก้องเป็นระยะ พร้อมเสียงโม้อวดอ้างสรรพคุณไปด้วย

จนไปสร้างความหมั่นไส้ให้คนๆ นึ่ง ที่เรียกตัวเองว่า แมว มือทอยตุ๊กตุ่น ต้องลุกขึ้นมากลางกลุ่มพวกผม

แล้วบอกเสียงดัง เล่นกินตังกะ gu ป่ะ?

 

 

          สมัยนั้นการกินตังก็คือการพนันที่เราใช้เป็นการชิงฝีมือมาแล้วกับกีฬาบ้านนอกทุกชนิด

อาทิ ดีดลูกแก้ว ทอยตุ๊กตุ่น โยนเหรียญบาท

แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่เราจะกินตังกันด้วยเกมกด

ที่เป็นเทคโนโลยีล่าสุดในตอนนั้น

 

 

          แมวเป็นเด็กโต อายุเยอะกว่าพวกผมประมาณ 2-3 ปี

มีก๊วนในกลุ่มอยู่แค่ 4 คนซึ่งน้อยกว่าพวกผม

แต่สามารถเตะพวกเรากระเด็นให้ล้มกลิ้งได้ไม่ยาก

แต่ด้วยความเก๋าบวกความระห่ำ

ทำให้เรารับคำท้าของแมวทันที

 

 

 

          พวกเรารวมตังกันที่มีอยู่ได้มา 5 บาท บวกกับหน้ากาก ลูกข่าง ของเล่นที่ติดตัวมาวางไว้

พนันขันต่อกับพวกของเจ้าแมวทันที โดยการตัดสินเราจะแข่งกันทำคะแนนสูงสุดของเกมใดเกมนึงในร้าน

ด้วยวิธีจับสลาก ผู้แข่งขันคือผมกับแมวเท่านั้น โดยผมได้แบกภาระและความหวังของเพื่อนๆ ไว้ทั้งหมด

หากแพ้นั่นหมายถึงค่าขนมที่เหลือกันคนละบาทสองบาทก็จะอดกินกันไปทั้งวันและของเล่นของหวงทันที

 

 

 

          และแล้วเกมกดไทยแลนด์แชมป์เปี้ยนชิพ ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยก็เกิดขึ้น

เจ้าไก่เด็กในแก็งซ์ผมอาสาเขียนกระดาษชื่อเกมทั้งสิบเกม เพื่อทำสลาก

โดยให้เด็กในร้านคนอื่นที่ไม่เกี่ยวเป็นคนจับขึ้นมา

พวกเราลุ้นกันแทบนั่งไม่ติด เมื่อเราคลี่กระดาษออกมา

ทีมผมก็ร้องไชโยขึ้นมาทันที

 

          มันคือเกม คาวบอย

 

 

 

          สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง!! ผมอธิษฐานไว้ในใจตั้งแต่ก่อนจับสลากว่าขอให้ได้เกมนี้ขึ้นมาเถอะ

แล้วผมจะงดยิงกิ่งก่า 1 วันเป็นการถวาย

แล้วก็ได้ผลตามนั้น

 

 

 

          แมวหน้าซีดที่ต้องดวลทำคะแนนกับผมเกมนี้

เพราะไม่ต้องแข่งก็รู้ได้เลยว่าใครจะชนะ

ผมออกตัวเล่นก่อนเพื่ออย่างน้อยจะได้เป็นการข่มขวัญมัน

         

 

         ผมจบสกอร์ไปด้วยด้วยคะแนนหลักพันซึ่งนั้นสูงพอประมาณที่ผมเคยทำได้

ซึ่งคราวนี้เจ้าแมวดูเงียบลงไปถนัด

และเมื่อถึงเวลาที่มันเล่นก็ติดๆ ขัดๆ สบถคำตลอดเวลา

ซึ่งช๊อตเด็ดมันพยายามโกงโดยการพยายามทำมือเป็นตระคริวร้องโอดโอย เพื่อขอรีแมทซ์

แต่นั่นไม่ได้ผล จบสกอร์ไปด้วยคะแนนหลักร้อย

 

 

          เราโกยตังกับของเล่นที่ได้จากกลุ่มเจ้าแมวมาอย่างคึกคะนอง

มีเสียงโห่ร้องจากพวกเราตลอดเวลา เวลานี้เราไม่สนใจอะไรอีกแล้ว

นอกจากกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปใส่รองเท้าเพื่อเอาเงินและของเล่นไปเสวยสุข

 

 

          และในระหว่างที่เรากำลังใส่รองเท้าเดินออกจากร้านนั้น เสียงเจ้าไม้เพื่อนเจ้าแมวก็ร้องดังจากในร้านขึ้นมา

 

 

 

 

 

อั้ยซ้าดดดดดดดด สลากมันเขียนคาวบอยหมดเลย!!!!!”

 

         

 

P.S. ตอนมันตะโกนพวกผมโกยตีนหมาไปเกือบครึ่งกิโลแล้ว 

 

 

 

 

Comments
  1. sweetly says:

    ก๊ากกกกกก

  2. Nattawut says:

    ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกเพิ่งได้เข้ามาอ่าน วีรกรรมพี่โผ้ม สุดยอดดดดดดดดดด +1000ไปเลยพี่โอ๋!

  3. บ๊ะ เกมคาวบอยตอนนั้นผมได้ของโละมาจากบ้านญาติ แต่พังแล้ว เวลาเล่นต้องลากสายอะไรออกมาไม่รู้2สาย แล้วเอาสองสายนั้นจุ่มน้ำ ไอ้สัด เล่นทีต้องนิ่ง ไม่ให้สองสายนั้นหลุดจากน้ำ ไม่งั้นดับ -..-

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s